ราคาตลาดในและต่างประเทศ
แก่นไม้ มีราคาขายอยู่ในตลาดสากลมากกว่ากิโลกรัมละ 1,914 บาท ส่วนแก่นไม้ที่มีสีเข้ม มีน้ำหนักมาก
จะมีราคาขายสูงที่สุดจะมีราคาสูงกว่าไม้แก่นปกติมาก
ไม้ท่อน คือ ไม้ที่เป็นท่อนเดียวโดดๆ ถ้าเป็น ไม้แก่นจันทน์ที่อายุไม่มากราคาจะไม่สูงนัก แต่ถ้าเป็นไม้แก่นจันทน์
ที่มีอายุมาก และมีแกนมากจนมีสีเข้มและมีความหนาแน่นมาก จะมีราคาสูงมากถึงตันละ 500,000-1,000,000 บาท
ไม้สับ คือ ชิ้นไม้ Sandal wood มาสับ เป็นชิ้น ๆ อาจจะมีทั้งไม่มีแก่นหรือมีแก่นอยู่บ้าง ปัจจุบันจะมีราคา
ประมาณ กิโลกรัม ละ 37us หรือประมาณ 1480 บาท
กากไม้ กากไม้ Sandal wood ที่ผ่านการกลั่นน้ำมันหอม ก็สามารถ นำมาใช้ในอุตสาหกรรม ทำธูปหอมได้
น้ำมันหอม จะซื้อ40,000 บาท/กิโลกรัม ในการประกาศขายบนอินเตอร์เน็ต ในเดือน ธันวาคม 2005 ในประเทศอินเดีย
จากข้อมูลในปี 2004 (http://www.chaarana.org/recent3.html)
ส่วนใหญ่ผู้ที่ซื้อคือ โรงงานกลั่นน้ำมันหอมระเหยทั่วประเทศมีความต้องการสูงมากเพื่อลดการนำเข้าและ
ส่งออกจำหน่ายยังต่างประเทศเพื่อผลิตน้ำหอม สบู่ ครีมอาบน้ำ ผลิตภัณฑ์สปา ซึ่งกำลังได้รับความนิยมอย่างมาก
เพราะน้ำมันหอมไม้แก่นจันทน์ (sandal wood) ช่วยให้จิตใจสงบผ่อนคลายความเครียด โรงงานแกะสลัก
โรงงานทำธูปหอมและโรงงานเครื่องสำอางรวมทั้งร้านสมุนไพรที่ใช้ไม้แก่นจันทน์ (sandal wood) ในการ
รักษาโรคซึ่งเป็นยาเย็นได้นำเข้ามาจากประเทศ
ออสเตรเลีย และยังมีผลิตอื่นอีกคือ สร้อย กล่องใสเพชร
ตัวหมากรุก เทียน พัดที่มีกลิ่นหอม ครีมทาผิว ปลอกปากกา กำไล
ประเทศที่นำเข้าไม้ไม้แก่นจันทน์ (sandal wood) จากอินเดียได้แก่ ฝรั่งเศส สหรัฐ โซเวียต ญี่ปุ่น ยูเครน
สวิสเซอร์แลนด์ เยอรมันนี สิงค์โปร โอมาร และยังมีอีกหลายประเทศที่นำเข้าจากประเทศอื่นๆ ซึ่งก็ยัง
ไม่เพียงพอกับความต้องการของตลาดโลกในปัจจุบัน เพราะไม้ในประเทศผู้ผลิตลดลงเนื่องจากมีการลักลอบ
ตัดเป็นอย่างมาก จนปัจจุบันมีโอกาสจะสูญพันธุ์ในอนาคต(ข่าวจากประเทศอินเดีย) แต่ความต้องการของ
ตลาดกลับเพิ่มขึ้น
จะเห็นได้ว่า ไม้แก่นจันทน์ (sandal wood) มีความเป็นไปได้สูงในการปลูกเชิงเศรษฐกิจ ทั้งในรูปของการขาย
เป็นชิ้นเนื้อไม้แก่นจันทน์ (sandal wood) หรือน้ำมันหอมระเหย ตลอดจนการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากไม้แก่นจันทน์
(sandal wood) เพื่อขยายช่องทางการตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ ก็จะเป็นการเพิ่มศักยภาพเชิง เศรษฐกิจของการปลูกไม้แก่นจันทน์
(sandal wood) ต่อไป
ตลาดในประเทศไทย
การซื้อขายไม้ Sandal wood หรือ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากจากไม้ Sandal wood เพื่อส่งออกไปจำหน่ายยัง
ต่างประเทศ จะมีพ่อค้ามารับซื้อเองเมื่อมีไม้ปริมาณเป็นตัน หรือสามารถที่จะไปเสนอขายให้กับตลาดน้ำมันหอม
ของประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุดอยู่ที่กลุ่มพ่อค้าในซอยนานา ซึ่งในซอยนี้ทำการค้าน้ำมันหอมอยู่แล้ว ส่วนมากเป็นชาว
ต่างชาติ ซึ่งร้านของชาวต่างชาติมาทำการค้าในประเทศไทยหลายปีแล้ว เขาจึงสามารถพูดภาษาไทยได้ และร้าน
ชาวต่างชาติอาจมีมากกว่าร้านของคนไทยเสียอีก เพราะเขาเข้ามาซื้อน้ำมันหอมเพื่อส่งไปขายต่างประเทศในตลาด
โลกอยู่แล้ว เขาจึงรู้จักถึงคุณค่าของน้ำมัน Sandal wood นี้เป็นอย่างดี เปรียบน้ำมันของ Sandal wood
ว่ามีค่าดั่งทองคำ